Underwater

สวัสดีวันฝนพรำค่ะ
 
เอนทรี่นี้จะมาเล่าเรื่องจากทริปดำน้ำ ซึ่งกลายเป็นทริปติดเกาะต่อจาก เอนทรี่ก่อน  #วันนี้ได้บรรยากาศมาก เพราะที่ไต้หวันตอนนี้ก็กำลังต้อนรับไต้ฝุ่นลูกใหม่อยู่ #มาอีกแล้ว บ่อยไปไหมปีนี้ 
 

อัพเดทอากาศกันนิดนึง... เสาร์อาทิตย์นี้เตรียมเปียกฝนกันอีกแล้ว ไต้ฝุ่น Fitow จะมาถึงไต้หวันวันอาทิตย์ รอบนี้เห็นว่าไม่น่าหนักมาก ใครจะมาเที่ยวอย่าลืมพกร่มกันมาด้วยค่า # ตอนนี้ฝนก็ตกอยู่นะ ^^"

 หลังจากลั้ลลาดำน้ำดูฉลามได้ 2 วัน #ดูรูปได้ที่นี่จ้า อากาศก็เริ่มทำท่าไม่ค่อยจะดี ฟ้าไม่ใส คลื่นลมและกระแสน้ำค่อนข้างแรง ออกเรือไปทีไรมีคนได้อาเจียนเมาคลื่นกันเกือบทุกที  จขบ.ยังโชคดีที่ไม่มีอาการตามไปกับเขา เลยได้แต่ทำหน้าที่ส่งผ้าส่งน้ำให้กับเพื่อนร่วมชะตาไปพลางๆ
 
 

ทะเลสีเริ่มเปลี่ยน
 
ด้วยความที่ชิลจัด ขี้เกียจเช็คหาข้อมูลอากาศเอง #เพราะสัญญาณอินเตอร์เน็ทพิการมาก เลยอาศัยข้อมูลจากทาง dive center จนท.ก็ยืนยันว่า อู๊ยยย..สบาย อากาศแบบนี้ยังดำน้ำได้ แค่ต้องเปลี่ยนทำเลนิดหน่อย
 
สรุป-- ออกทริปไป เหมือนไปวิ่งมาราธอนมากกว่าดำน้ำ น้ำเชี่ยวจนอยากจะขึ้นมาต่อยกับคนให้ข้อมูล  #แต่หมดแรงซะก่อน--ฮา สงสารคนที่เพิ่งดำน้ำใหม่ๆ panic กันไปหลายราย
 
 

เห็นเชือกอยู่ใกล้แค่นี้ กว่าจะถึงก็ได้หอบอยู่
 
 

หนุ่มๆยังเกาะเชือกกันแน่นตอนทำ safety stop
 
 

ใครยังไม่ขึ้นก็เกาะเชือกรอกันไปก่อน ปล่อยมือเมื่อไหร่ ไหลตามกระแสคลื่นทันที ^^"
 
 
แต่ดำน้ำในสภาพแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบ ได้เห็นของแปลก อย่างเช่นแมงกะพรุุน!
ปกติก็เจอบ่อยๆ แต่ไม่เคยเจอในจำนวนเยอะขนาดนี้!!!
 

โปรดสังเกต! วงขาวๆที่เห็นคือแมงกะพรุนทั้งนั้น ต้องว่ายผ่านไปเพื่อจะกลับเรือ ให้ความรู้สึกเหมือนเล่นเกมส์มาก ว่ายหลบด่านกระสุน #มากันแบบเซอร์ราวด์เชียว
 
 

ดูคุณพ่อบ้าน.. ยังมีอารมณ์หยุดถ่ายรูปอีก #เชื่อเค้าเลย +_+
 
 

ขนาดก็ไม่ได้เล็กเลย ตัวเท่าหัวพอดี #ว่าแต่ถ่ายใกล้ไปไหมอ่ะ #ว่าแต่เขา ตัวเองก็หยุดถ่ายเหมือนกัน หึหึ
 
 
เมื่อข้อมูลที่ได้มาเชื่อถือไม่ได้ ก็เลยเช็คกันเอง.. สรุป ฟิลิปปินส์ไต้ฝุ่นกำลังจะเข้า! เอ่อ--ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสภาพทะเลจึงเป็นอย่างนี้
หลังจากนั้น 2 วันจขบ.เลยพักการดำน้ำ ชิลรับไต้ฝุ่นอยู่บนเกาะแทน
ยังดีที่รีสอร์ตที่พักค่อนข้างดี อาหารการกินสะดวก ทริปดำน้ำเลยการเป็นทัวร์ชูชกไป 2 วันเต็มๆ
 
 

มื้อเช้าประจำวัน #ที่นี่มะม่วงอร่อยมาก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมะม่วงอบแห้งยี่ห้อ7D ของฟิลิปปินส์ถึงขายดี
 
 

ถึงจะอยู่บนเกาะเล็กๆแต่บุฟเฟ่ห์ก็ไม่ไก่กา
 
 

ที่สถิตประจำวัน ระหว่างรอพายุผ่าน
 
 

พิซซ่า--อาหารหลักมื้อกลางวัน
 
 

ของว่างยามบ่าย.. ไอติมกับเครป #เสียจริตมาก กินนอน กินนอนตลอด 2 วันเต็มๆ 
 
 

พระอาทิตย์ขึ้นวันไต้ฝุ่นเข้า
 
 

ท้องฟ้าและแสงดูแปลกตาไปอีกแบบ
 
 

จากมีแดด แป๊บเดียวท้องฟ้ากลายเป็นสีนี้ไปแล้ว #เห็นฝนมาไกลๆ
 
 

ไม่เกิน 3 นาทีถัดมา
 
 

ลมแรงมาก.. รูปสุดท้ายก่อนวิ่งหลบฝน
 
 
เบรคหลบไต้ฝุ่น Usagi อยู่ 2 วัน หลังจากนั้นก็ดำน้ำได้ตามปกติ ถึงน้ำจะยังไม่ใสมาก แต่ก็ยังมีอะไรน่ารักๆให้ดูอยู่
 
 

น้องหมึกตัวอวบ #ผิดไหมถ้านึกถึงน้ำจิ้ม :P
 
 

ปักเป้าตัวนี้สีเหมือนปลาทองเลย #ลูกครึ่งป่าวเนี่ย
 
 
เบื่อดำน้ำเมื่อไหร่จะไปขี่อีแต๋น
 
 

หรือจะเกาะสองแถวไปดี
 
 
ถึงจะไม่ได้ดำน้ำตลอด แต่กิจกรรมบนเกาะก็หนุกหนานไปอีกแบบ (โดนบังคับให้)ใช้ชีวิตช้าๆ #เพราะไต้ฝุ่น แต่ก็แฮ้ปปี้ดี
ทริปนี้ทำให้รู้สึกว่าที่เขาว่าไว้ว่าคนเราจะมีสุขได้ง่ายขึ้นถ้า "ไม่ยึดติด" อันนี้คงจะจริง ขอแค่ใจเราเปิด สถานการณ์ไหนก็ยิ้มได้จริงๆ
 
 
Have a nice weekend กันทุกคนค่ะ 

 

edit @ 5 Oct 2013 09:27:28 by Lizard Girl ^^

สวัสดีค่ะ... อาทิตย์นี้มาอัพบล็อกช้าหน่อยเพราะหนีไปเที่ยวซะหลายวัน 

 

2 อาทิตย์ที่ผ่านมาจขบ.ไปดำน้ำที่เกาะ Malapascua (ประเทศฟิลิปปินส์) ตอนแรกตั้งใจจะอัพภาพระหว่างเดินทางเรื่อยๆบนหน้า facebook แต่สัญญาณอินเตอร์เน็ทบนเกาะเต่ามาก บวกกับเจอพายุไต้ฝุ่น Usagi เข้าไปอีก สัญญาณยิ่งตายไปเลย 
สรุปเลยได้อัพแต่รูปเที่ยวๆกินๆตอนขึ้นฝั่งมาเที่ยวที่เมือง Cebu แล้ว

 

เกาะ Malapascua นี้อยู่ห่างจากเมือง Cebu ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของฟิลิปปินส์ไปอีกพอสมควร จขบ.ออกจากบ้านที่ไต้หวันแต่เช้า กว่าจะไปถึงเกาะก็มืดแล้ว -- อันนี้รวมเวลาที่ไปต่อเครื่องที่ฮ่องกงเพื่อไปลงที่ Mactan Cebu International Airport ด้วย จากสนามบินยังต้องนั่งรถต่อไปอีก 3 ชั่วโมงกว่าๆ แล้วจึงนั่งเรือข้ามจากฝั่งไปเกาะอีกประมาณ 30 นาที ทุลักทุเลพอควรกว่าจะถึง #เวลาจะไปดำน้ำที ขนของกันแบบนึกว่าจะอพยพถิ่นฐานไปอยู่ถาวร  


แวะพักครึ่งที่ฮ่องกง อากาศดูโปร่งดี #ยังไม่รู้ชะตา 555

 


เรือเทียบเกาะ -- จขบ.พักที่ Exotic Island Dive Resort #ภาพนี้ถ่ายวันอื่น เพราะตอนมาถึงดึกแล้ว

 


เกาะ Malapascua ไม่กว้างมาก (ยาว 2.5 กิโล x กว้าง 1 กิโล) เดินได้รอบเกาะ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมาเพื่อดำน้ำกัน

 

หน้าตาที่พักและ dive center

 

จุดฝากท้องและพื้นที่สารพัดประโยชน์ เวลาไม่ได้ดำน้ำก็มาชิลกันแถวนี้

 


มีเตียงเปลผูกเอาไว้ เลือกมุมกันตามสบาย

 


มุมโปรดจขบ. ^^= 

 


เจ้าของรีสอร์ต #ไม่ใช่แล้ว .. ชื่อ Brownie มาต้อนรับแขกทุกวัน น่ารักมากๆ 

 

สาเหตุที่นักดำน้ำนิยมมาที่นี่เป็นเพราะว่าเกาะนี้อยู่ใกล้จุดดำน้ำที่ชื่อว่า Monad Shoal ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มี Thresher shark หรือปลาฉลามหางยาวอาศัยอยู่

ปลาฉลามชนิดนี้นิสัยไม่เหมือนพันธุ์อื่นๆ ขี้อาย ปกติฉลามหางยาวจะอาศัยอยู่ในน้ำลึก (กว่า 150 เมตร) แต่ที่นี่มี cleaning station หรือจุดที่ฉลามขึ้นมาทำความสะอาดตัวเองอยู่ที่ระดับ 25 เมตร ทำให้นักดำน้ำมีโอกาศได้เห็นความมหัศจรรย์ของปลาชนิดนี้

 


หน้าตาชัดๆของ thresher shark หางยาวสมชื่อ #ภาพนี้ไปยืม google มาอีกที

 

จะไปดูฉลามหางยาวต้องตื่นแต่เช้า เพราะถ้ารอพระอาทิตย์ขึ้นจะร้อนเกิน ถึงเวลานั้นฉลามจะว่ายลงน้ำลึกไปแล้ว 

 

ออกจากเกาะตี 5 ทุกวัน ได้เห็นแสงสวยๆยามเช้าบนเรือ

 


ลงไปประมาณ 25 เมตร จากนั้นก็รอ รอ.. แล้วก็รอ #วัดดวงกัน

เขามีเชือกกันไว้เพื่อไม่ให้นักดำน้ำดำเลยออกไป เดี๋ยวจะไปรบกวนน้องฉลามเข้า ยิ่งขี้อายอยู่ 

 


ว่างจัดระหว่างรอ.. คุณพ่อบ้านหากิจกรรมลงไปเล่นด้วย 555

 

จขบ.ไป 3 วัน มีโอกาสได้เห็นน้องฉลามแว๊ปๆอยู่ 1 ครั้ง แต่ที่เซอร์ไพรส์คือได้เจอกับ Manta Ray หรือกระเบนแมนต้าด้วย หุหุ

 


หน้าตา manta ray #อันนี้ก็ไปยืม google เพราะถ่ายแต่วีดีโอมา

 

ถึงแม้จะได้เห็นพระเอกแค่ 1 ครั้งตลอดเวลา 1 อาทิตย์กว่าๆแต่จขบ.ก็ไม่รู้สึกเสียดายอะไร เพราะเกาะ Malapascua ก็ยังมีจุดดำน้ำสวยๆและสิ่งมีชีวิตใต้น้ำน่ารักๆอื่นๆอีกเยอะ

 


กองทัพเครื่องดูดฝุ่นประจำทะเล

 


ตามกันเป็นขบวน -- ใครนำเนี่ย ???

 


ลุงท่าทาง'รมณ์บ่จอย

 


เชิ่ดๆเริ่ดๆ -- ผมตั้งเชียว

 


ปลาไหลสีขาวสลับดำ + มีเหลืองแซมนิดหน่อย ไม่ค่อยได้เห็น

 


นักก้าม.. ขาโจ๋

 


นีโม่เวอร์ชั่นขาว/ดำ #ใครหาปูในภาพเจอบ้างเอ่ย ?

 


กุ้งจิ๋วตามปะการัง

 


กุ้ง 3 แม่ครัว ???

 


ปลากบ ~ สีแดงแปร๊ด

 


ใครกระพริบตาก่อนแพ้! #เอ่อ--พี่เขาไม่มีเปลือกตานี่นา

 

หน้าตาเรือที่ขึ้นไปดำน้ำทุกวัน 

 


เรือมีขายาวเป็นแมงมุมช่วยพยุง 2 ข้าง

 


ถ้าตอนไหนน้ำลง ต้องนั่งลำนี้ไปก่อนแล้วจึงไปขึ้นเรือใหญ่

 

เดี๋ยวคราวหน้ามาเล่าให้ฟังต่อถึงบรรยากาศไต้ฝุ่นเข้าที่เกาะ #ไต้ฝุ่น Usagi #เพิ่งเคยติดเกาะกับไต้ฝุ่นครั้งแรก--แปลกดี

 

เจอกันใหม่เอนทรี่หน้าค่าา   

 

ป.ล. เพิ่งลองส่งบล็อคเข้าประกวดงาน Thailand Blog Awards เป็นครั้งแรก สำหรับใครที่ติดตามกันอยู่ ถ้าชอบช่วยกันโหวตนะคะ ลิงค์ตามนี้เลยค่ะ [โหวต] ^^ #เขินๆ 

edit @ 30 Sep 2013 09:35:16 by Lizard Girl ^^

สวัสดีค่าาา ... หยุดยาว 3 วันไปเที่ยวไหนกันมาบ้างเอ่ย
จขบ.อยู่ทางนี้ไม่ได้ไปเวียนเทียนกับเขา เพราะหาวัดไทยยากเหลือเกิน 
แต่ก็ยังดีได้แวะไปไหว้พระขอพรที่วัดแถวๆนี้ 
 
 
ครั้งที่แล้ว พาดูรอบๆเรือที่จะเป็นบ้านของเราไปอีกเกือบ 1 อาทิตย์แล้ว คราวนี้มาพูดถึงกิจกรรมระหว่างวันของนักดำน้ำกันบ้าง
 
เพื่อนๆที่ไม่ใช่นักดำน้ำมักจะมีคำถามเกี่ยวกับตารางชีวิตการอยู่บนเรือของพวกนักดำน้ำ ส่วนใหญ่จะแอบงงว่าอยู่ทำอะไรกันตั้งเป็นอาทิตย์ๆบนเรือ
เรือลำก็ไม่เล็ก แต่ถ้าเทียบกับจำนวนคนและพื้นที่ที่เป็นสาธารณะแล้ว พื้นที่ว่างที่เหลือก็ไม่ใหญ่มากนัก 
 
"แล้วอย่างนี้นักดำน้ำเขาทำอะไรกันบ้างล่ะ?"
"ทำไมไปลอยเรืออยู่กลางทะเลได้เป็นอาทิตย์?"
"ไม่เบื่อหรือ?" 
 
เหล่านี้ล้วนเป็นซีรี่คำถามบอดฮิตที่เคยโดนถามมา 
 
 
 
 
ตารางชีวิตบนเรือส่วนใหญ่จะหมดไปกับ 3 กิจกรรมหลักค่ะ
1. ดำน้ำ (อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว ไม่งั้นจะมาทำไมเนอะ)
2. กิน กิน กิน และกิน !!!
3. นอน
 
อ่าาาา -- อย่าเพิ่งว่าพวกเราเป็นหมูนะคะ  มันมีที่มาที่ไปค่ะ
เวลามาดำน้ำบนเรือ Live Aboard (LOB) แบบนี้ส่วนใหญ่เราจะดำน้ำกันวันนึง 3-4 Dives ค่ะ (*มีบ้างที่ดำถึง 5 Dives)
 
การลงดำน้ำแต่ละครั้ง เราไม่ควรปล่อยให้ท้องว่าง เพราะร่างกายต้องการใช้พลังงาน หากปล่อยให้ท้องว่างอาจจะมีผลต่อความปลอดภัยของนักดำน้ำได้ (แต่กินเยอะไปก็ไม่ดีนะคะ)ดังนั้นก่อนดำน้ำ เราจึงมักจะทานอะไรรองท้องก่อนเสมอค่ะ 
 
 


เบอร์เกอร์หน้าตาน่ารัก .. รสชาดดีไม่แพ้หน้าตา
 
 
 
รอบนี้เราดำกัน 4 Divesต่อวัน ฉะนั้นทานกันวันนึง 6  มื้อค่ะ 
 
มื้อแรก -- 7โมงเช้า รองท้องง่ายๆเบาๆ ขนมปัง ผลไม้ กาแฟ/ไมโล
ดำน้ำ Dive# 1 -- 8 โมง 
มื้อสอง -- 9โมงกว่า ทานหลังจากขึ้นมาจากดำรอบแรก ส่วนใหญ่เป็นอาหารง่ายๆพวกข้าวต้ม ข้าวผัด ไส้กรอกทอด ไข่ดาว
ดำน้ำ Dive# 2 -- 11 โมง
มื้อสาม -- บ่ายโมง มื้อกลางวัน เมนูหลากหลายตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวหมูทอด 
ดำน้ำ Dive# 3 -- บ่าย3
มื้อสี่ -- 4โมงครึ่ง 5 โมง ของว่าง(แบบหนักหน่อย) แฮมเบอร์เกอร์ ข้าวปั้น ลูกชิ้นทอด ผลไม้
ดำน้ำ Dive# 4 -- 6โมงครึ่ง - ทุ่มนึง
มื้อที่ห้า -- 2ทุ่มครึ่ง มื้อเย็น อันนี้มื้อหนักสุด จัดเต็ม มีตั้งแต่บาร์บิคิว หมูกะทะ ไปจนถึงสารพัดบุฟเฟ่
มื้อที่หก -- รอบดึก มาม่า ขนมตามอัธยาศัย
 
 
 
ว่าแล้วมาดูรูปประกอบกันบ้างดีกว่า... 
 
 
 


คืนแรกหลังดำน้ำก็จัดเต็มซะแล้ว "บาร์บิคิว"
 
 
 


ปิ้งกันควันโขมง ... อาหย่อยมาาาก 
 
 
 
 


รอบนี้ไปกับแก๊งญี่ปุ่น เชฟเลยจัดหนัก มีซูชิด้วย
 
ผลของการกิน 6 มื้อ สรุปจขบ.เอาน้ำหนักแถมกลับบ้านอีกเกือบ 5 โล
 -- จริงๆจะโทษใครก็ไม่ได้ เขาให้กินรองท้อง เราตะกละเอง
( *ก็แหม! แถวนี้ขาดแคลนอาหารไทยอร่อยๆนี่นาาาา )  
 
 
นอกจากการดำน้ำ-กิน-นอนแล้ว เวลาที่เหลือส่วนใหญ่ก็จะหมดไปกับการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดำน้ำของกันและกัน ใครไปไหนมาบ้าง ดีไหม เห็นอะไรเด็ดๆบ้าง -- สุดท้ายก็จะจบลงที่งัดรูปหรือวีดีโอมาโชว์กัน อิอิ 
 
การที่ได้มาอยู่ร่วมกับกลุ่มคนที่มีความชอบ ความรักในสิ่งเดียวกับเรา มันจะยิ่งทำให้ทริปสนุกและมีรสชาดมากขึ้นไปอีก เวลาที่พูดคุยถึงสิ่งที่เรารัก เวลามักผ่านไปเร็ว (จริงไหม?)
 
ไม่รู้เหมือนกันว่าด้วยเหตุนี้รึเปล่า ส่วนใหญ่แล้วเวลาไปทริปแบบนี้มักจะทำให้สนิทกับเพื่อนร่วมทริปได้ในระยะเวลาแค่สั้นๆ รู้จักกันไม่นานแต่รู้สึกสนิทสนมกันอย่างกับเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ พอจบทริปแล้วก็ยังติดต่อกันอยู่ คอยแวะเวียนไปดู facebook ของกันและกัน หลายๆครั้งที่ได้กลับไปดำน้ำร่วมทริปกันอีก ทั้งๆที่อยู่กันคนละทวีป 
 
 


เพิ่งรู้จักกันไม่นานแต่ก็ช่วยกัน ... คนนึงยก คนนึงถ่าย
 
 
 
 

  
นี่คนเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงอาทิตย์นะ -- เต้นกังนัมใต้น้ำกันซะแล้ว 555
 
 
 


4 ชาติ 4 ภาษา -- ไม่เป็นปัญหา สนิทกันได้เพราะมีความชอบเดียวกัน
 
 
 
 


เล่นกันเป็นเด็กๆ -- ทุก Dive มีอะไรสนุกๆให้จดจำเสมอ
 
 
 


น้องเต่าเป็นเซเล็ป -- ปาปารัสซี่ตามเพียบ :P
 
 
 

 
 ตัวนี้เชิ่ดเชียว ไม่กลัวคนซะด้วย
 
 
 


ปลาไหล Moray ... ตัวโตๆยาว 4-5 เมตรก็มีนะ
 
 
 

 
น้องกุ้งตัวจิ๋วๆกำลังแคะขี้ฟันคุณพี่ปลาไหล Moray อยู่ -- ท่าทางพี่เขามีความสุขมาก
 
 
 


ตัวนี้ชื่อ Titan Triggerfish -- อย่าไปแหยมเชียว กัดเนื้อหลุดได้  เวลานักดำน้ำคนไหนเจอ ต้องส่งสัญญาณเตือนคนข้างๆกัน
 
 
 
 


ปลาหมึก Cuttlefish -- เปลี่ยนสี เปลี่ยน texture ได้ตามอารมณ์
รูปนี้กำลังไม่พอใจ แยกเขี้ยวยิงฟันเชียว สังเกตดีๆ texture ที่ผิวเป็นปุ่มๆขึ้นมา
 
 
 

 
ตัวเดียวกัน -- อารมณ์ดีแล้ว ตัวเรียบๆ สีใสๆ ลอยไปลอยมา น่ารักมากๆ
 
 
 

 
สีของปะการังและดอกไม้ทะเล ... เห็นกี่ทีก็อดแปลกใจไม่ได้ ว่าใต้ทะเลสีสันมันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ
 
( *จริงๆแล้วโลกใต้ท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำทั้งหลายหรือปะการัง ส่วนใหญ่มีสีสันสดใส แต่ที่เห็นเป็นสีเทาๆหรือฟ้าหม่นๆ เป็นเพราะที่ระดับความลึกของน้ำ สีพวกนั้นจะถูกกลืนเพราะแสงผ่านได้น้อย เวลาเอาไฟฉายส่องจะเห็นสีสด จัดจ้านได้บ่อยๆเลยค่ะ) 
 
 
 
ความสวยและเสน่ห์ของโลกใต้น้ำเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดให้นักดำน้ำทุกคนหลงไหลในกิจกรรมใต้ทะเลนี้ แต่เชื่อว่าประสบการณ์ ความประทับใจที่ได้ระหว่างการเดินทางก็มีผลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน 
 
 
แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ ... 
 
* * เพิ่มเติมนิดนึง --- มีน้องๆหลายคนบ่นๆว่าอยากลองดำน้ำดูบ้าง พอดีเพิ่งได้ข่าวจากเพื่อนๆนักดำน้ำที่เมืองไทยว่าวันที่ 16 มีนานี้จะมีการจัดกิจกรรมให้คนที่สนใจไปลองดำน้ำ ฟรี! เอารายละเอียดไปแปะไว้ที่หน้า facebook แล้ว สนใจตามไปอ่านกันได้จ้า 

edit @ 27 Feb 2013 08:33:27 by Lizard Girl ^^

Amazing Dive ! ที่เกาะสิมิลัน ^^

posted on 21 Feb 2013 15:49 by lizardgirl in Underwater directory Travel, Knowledge, Diary
หลังจากที่ เอนทรี่ที่แล้ว ได้เล่าถึงที่มาที่ไปของการเดินทางแบบไฮโซโดยมิได้คาดหมาย วันนี้มาเล่าต่อถึงทริปที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดค่ะ
 
 
จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่เกาะสิมิลัน จังหวัดภูเก็ต
เป้าหมายก็คือ "ไปดำน้ำ" ค่ะ 
 
ครั้งสุดท้ายที่ไปเยี่ยมเกาะสิมิลันคือเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ครั้งนั้นเพิ่งได้ Advance Open Water Certificate หมาดๆ
( *Advance Open Water ต่างจาก Open Water หลักๆคือเรื่องของระดับความลึกที่จะสามารถดำลงไปได้ค่ะ สำหรับ Advance จะลงได้ถึง 30 เมตรแต่ Open Water จะลงได้แค่ 18 เมตรค่ะ) 
 
 
ใครที่ได้อ่านเรื่องที่มาที่ไปของจุดเริ่มต้นของการดำน้ำในเอนทรี่ก่อนๆ คงพอจำได้ว่าจขบ.มีความหลังแสนประทับใจกับเกาะสิมิลันมาก 
 
ใครอยากอ่านย้อนหลัง ลิงค์ตามนี้ค้าาบ ตอนที่1 & ตอนที่2 
 
 
รอบที่แล้วที่มาสิมิลันยังเป็นมือใหม่หัดดำเอามากๆ เพราะได้ Open Water Certificate ได้ไม่เท่าไหร่ก็ไปต่อขั้น Advance ซะแล้ว สาเหตุก็เพราะต้องการมาดำน้ำที่สิมิลัน ซึ่งเมื่อถามผู้รู้ ทุกคนก็บอกว่าให้ไปสอบ Advance ซะก่อนแล้วค่อยไป เพราะใต้ท้องทะเลที่สิมิลัน จุดสวยๆส่วนใหญ่นั้นอยู่ลึกกว่า 18 เมตรแน่นอน
 
 
สรุป -- สอบได้ Advance ปุ๊บก็รีบมาสิมิลันปั๊บ ผลปรากฎว่า 2-3 วันแรก สมาธิไปจดจ่ออยู่ที่เอาตัวรอดระหว่างดำน้ำกับเมื่อเจอกระแสคลื่นแรงๆมากกว่าความสวยงามของท้องทะเล กว่าอะไรๆจะลงตัว ดำน้ำได้แบบชิลๆก็เกือบหมดทริปซะแล้ว   และด้วยเหตุนี้เองทำให้สิมิลันเป็นจุดหมายปลายทางของจขบ.ในปีนี้ค่ะ 
 
 
 
ว่าง่ายๆก็คือทริปนี้เป็นทริปแก้มือ !!! 
 
 
 
รอบนี้เราอยู่บนเรือแบบ Live Aboard ทั้งหมด 6 วันค่ะ 
(*Live Aboard คือการที่เรากิน-อยู่-นอนบนเรือเลย ถึงเวลาดำน้ำก็กระโดดลงได้เลย อาหารการกินก็ 3 มื้ออยู่บนเรือทั้งหมด สะดวกมากๆสำหรับนักดำน้ำ)
 
เรือที่เราเดินทางด้วยครั้งนี้ชื่อเรือฐาปนาค่ะ เรือนี้เจ้าของและลูกเรือทั้งหมดเป็นคนไทย เรือบางลำถึงแม้ว่าจะให้บริการในน่านน้ำไทย บางครั้งเจ้าของกับลูกเรืออาจไม่ใช่คนไทยทั้งหมด
 
 
มาทำความรู้จักเรือเรากันดีกว่า 
 
 
 


หน้าตาเรือฐาปนาที่เป็นบ้านชั่วคราวของจขบ.เกือบ 1 สัปดาห์
 
 
 
 


หน้าตาเรือด้านข้าง ... ภาพนี้เพื่อนถ่ายจขบ.เอาไว้ตอนลอยคอรอขึ้นเรือหลังดำน้ำเสร็จ มีคนแซวว่าเป็นมังกรทะเล 
 
 
 
 


หน้าตาท้ายเรือ ... ตอนรอกระโดดลงน้ำ รอบนี้คนเยอะมาก (ไปหน่อย) ยืนกันแน่นเชียว 
 
 
 


ชั้น 3 ของเรือเป็นห้องอาหารและห้องนั่งเล่น -- ส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้ดำน้ำก็จะกินๆนอนๆกันอยู่แถวๆนี้
 
 
 

 
 
มุมกว้างอีกนิดสำหรับบริเวณที่ทานข้าว
 
 
 

 
 
ห้องนี้เป็นห้องเอนกประสงค์ เป็นห้องเอ็นเตอร์เทน ห้องนั่งเล่น ห้องนอน
แม้แต่เป็นห้องคาราโอเกะ และโฮมเธียร์เตอร์ (ระบบเสียงกระหึ่มมาาก)
 
 
 


ทีวีจอยักษ์ ขวามือเป็นมุมกาแฟ -- มีคาปูชิโนเสิร์ฟทุกเช้า 
 
 
 
 

 
 
ดาดฟ้าเรือ ชั้นต่อมาจากชั้นทานข้าว เย็นๆปีนขึ้นมาดูพระอาทิตย์ตกบรรยากาศดีมากๆ
 
 
 


วันก่อนจบทริป พระอาทิตย์กลายเป็นมะเขือเทศลูกยักษ์ แสงสะท้อนทำให้น้ำทะเลกลายเป็นสีอย่างที่เห็น 
 
 
 
 


บริเวณห้องนอน ... แอร์หนาวมาาากตลอดเวลา 
 
 
 
 

 
 
หน้าตาห้องน้ำบนเรือ -- นับว่าดูดีสำหรับเรือ Live Aboard แบบนี้
ทั้งหมดมีด้วยกัน 5 ห้องสำหรับคนประมาณ 30 คน (อย่าได้รอจนฉุกเฉินเชียว)
 
 
*เพิ่งสังเกตว่าตัวเองไม่ได้ถ่ายรายละเอียดรูปเรือมามากนัก รูปเรือบางรูปข้างบนยืมมาจาก facebook page ของเรือฐาปนา ค่ะ 
 
 
 
ดูรูปเรือมาเยอะแล้ว ... มาดูโลกใต้น้ำกันบ้างดีกว่า
 
 
สภาพท้องทะเลสิมิลันรอบนี้ หากเทียบกับเมื่อ 3 ปีที่แล้วในความเห็นของจขบ.นับว่าไม่ต่างกันมากนัก ทะเลยังดูโอเคอยู่ สภาพปะการังก็คล้ายๆกับที่เห็นเมื่อปีก่อนนู้น แอบเลียบๆเคียงๆถามเจ้าหน้าที่ที่ดำแถบนี้อยู่เป็นประจำ ความเห็นของเขาก็คล้ายๆกันคือสิมิลันในช่วง2-3ปีนี้ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ฟังแล้วก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย เพราะจากจำนวนนักดำน้ำที่เห็นในรอบนี้แล้ว อดห่วงสภาพท้องทะเลไทยไม่ได้จริงๆ บางจุดที่ฮิตๆ ... ลงไปนึกว่าอยู่จตุจักร คนเยอะเกิน
 
 
 
 


น้ำใส ปลาสวย ... ยังเจอฝูงปลาตัวเล็กๆเป็นครั้งคราว
 
 
 

 
ฝูงปลาว่ายเป็นแนว ดูแล้วเหมือนทางช้างเผือก
 
 
 

 
จากฝูงปลา มาถึงฝูงคน  Dive นี้คนเยอะมาาากเพราะตาม "ปลากระเบนราหู" มา
 
 
 


พระเอกตัวจริง ... Manta Ray 
 
 
 


ลองดูขนาดเมื่อเทียบกับนักดำน้ำ ... ตัวนี้ถือเป็นขนาดกลางๆนะเนี่ย!
 
 
 
 
มาดูตัวเล็กๆกันบ้าง  
 

 
ปลาสิงโตหน้าเบ้ ... ถ้ามองดีๆ หน้าตาของสัตว์ใต้ทะเลพวกนี้น่ารักไปอีกแบบ บางตัวหน้าตางงๆขำๆ
 
 
 

 
พี่เค้ารำคาญอะไรอยู่รึเปล่า ?!? สงสัยง่วงนอน 
(*อันนี้เป็น Night Dive ช่วงทุ่มกว่าๆเกือบ2ทุ่มได้)
 
 
 


ดูเค้าเลือกที่นอน ... ทำเลไฮโซจริิงๆ 
 
 
 

 
ปลา Cow Trigger -- หน้าตาละม้ายคล้ายชินจังจริงๆ
(*ได้ใจป้าก็ตรงลายจุดนี่แหล่ะ กรี๊ดๆ )
 
 
 


น้องปลาดาวตัวนี้อารมณ์แบบ "หินข้าใครอย่าแตะ" มาก
 
 
 


มาเฟียนี่โม่ ... พี่จะเอาอะไร หนูยอมแล้ว จ้องกันขนาดนี้
 
 
 
 

 
นึกว่าชมซากุระอยู่ญี่ปุ่น ... ปะการังพัดสวยๆก็มีให้เห็นเยอะที่สิมิลัน 
 
 
 


ในกอนี้มีอะไรอยู่น้าาา ... พี่เขาจ้องอยู่นานแล้ว
 
 
 


เก็บกันทุกช็อต ... จะได้เอามาแชร์กันได้ อิอิ
 
 
 
 
คราวหน้าจะมาคุยให้ฟังต่อว่ากิจกรรมบนเรือของนักดำน้ำวันๆหนึ่งเขาทำอะไรกันบ้าง ใครอยากรู้เรื่องอะไรเพิ่มเติม เขียนคอมเม้นท์ไว้หรือจะเอาไปโพสท์ไว้ที่ facebook ของจขบ.ก็ได้  จะพยายามหาคำตอบมาให้ค่ะ
 
 
 
 
  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 21 Feb 2013 20:12:49 by Lizard Girl ^^

หลังจาก คราวที่แล้ว ตัดสินใจเขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์เรื่องดำน้ำของตัวเองด้วยใจตุ้มๆต่อมๆว่าจะมีใครอยากอ่านรึเปล่า ได้เสียงตอบรับมาดีกว่าที่คาดไว้ แถมน้องๆ Editor ก็ใจดีเลือกเอนทรี่นี่ให้เป็น Editor Pick ด้วย (เย้ๆ ขอบคุณค่า  ) 

ดีใจที่ได้รู้ว่าน้องๆที่บ้าน exteen หลายคนแอบหลงรักโลกใต้น้ำอยู่เหมือนกัน งั้นจขบ.ขออนุญาตเล่าต่อเลยนะคะ

 

 

หลังจากตัดสินใจใส่เกียร์เดินหน้าเรื่องเรียนดำน้ำแล้ว จขบ.ก็เริ่มเลือกโรงเรียนสอนดำน้ำเลยค่ะ

วิธีที่ดีที่สุดของการเลือกโรงเรียนคือการเข้าไปพบ พูดคุยกับโรงเรียนนั้นๆ เพราะแต่ละที่ก็จะมีสไตล์ของตัวเองต่างๆกันไป

 

ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าไปใน dive shop (บางคนเรียก dive center) เหมือนอยู่กันคนละโลกเลยค่ะ เจ้าหน้าที่ที่นั่นดูติสท์มาก แต่ละคนผิวสีแทน กล้ามเป็นมัดๆ ผมยาวหรือไม่ก็สกินเฮด ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายและที่ขาดไม่ได้ -- เกือบ 100 ทั้ง 100 มีสักกันทุกคน ! 

 

ตอนแรกจขบ.แอบหวาดๆ คิดลังเลอยู่เหมือนกันว่า (ตรู)กำลังหาเรื่องใส่ตัวอยู่รึเปล่า

แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่แล้ว ก็ใจชื้นมากขึ้น ดูเขาเป็นมิตรดี ให้ข้อมูลก็ละเอียด ที่สำคัญเท่าที่ถามดูเปอร์เซ็นที่จะสอบไม่ผ่านก็มีน้อยมากๆ เอาหล่ะ! ในเมื่อให้ความมั่นใจกันมาขนาดนี้ สู้ๆ

 

* วันแรกของการเข้าเรียน รู้สึกว่าตัวเองเป็นชนกลุ่มน้อยมากๆ

ทั้งเรื่องวัยและดีกรีความฮิป ทั้งห้องมีแต่วัยรุ่น (...กรี๊ดดดด  ) 

 

 
 

ก้าวแรกของการเรียนดำน้ำน้ำคือ Open Water Diver Course ระบบที่จขบ.เรียนเป็นระบบ PADI (Professional Association of Diving Instructors)

*จริงๆแล้วทั่วโลกมีอยู่ด้วยกันหลายหลักสูตร แต่ที่เห็นบ่อยๆก็มีของ PADI, SSI (Scuba Schools International) หรือ NAUI (National Association of Underwater Instructors)

 

ก่อนที่เขาจะให้เราไปลงสระหรืออกทะเล ต้องมีการเรียนภาคทฤษฎีกันก่อน ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 3 ครั้ง ครั้งละ 4-5 ชั่วโมง -- ทฤษฎีก็ไม่ยากมาก ถ้าใครเป็นเด็กวิทย์แล้วล่ะก็ เรื่องที่เรียนส่วนใหญ่น่าจะรู้อยู่แล้ว แต่สำหรับจขบ.เกาหัวแกรกๆอยู่หลายรอบเหมือนกัน เพราะความรู้สายวิทย์ก็น้อยนิด เนื่องจากเป็นเด็กศิลป์ภาษา แถมวิชาที่เคยมีก็คืนครูบาอาจารย์ไปนานมากแล้ว

แต่พอได้อ่านคู่มือกับฟังอธิบายในห้องอีกหน่อย ก็ไม่ยากเกินไปค่ะ 

 

เรื่องที่เรียนก็สนุกดี -- นอกจากความเข้าใจเกี่ยวกับโลกใต้น้ำแล้ว ยังได้เรียนรู้ถึงเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ศัพท์แสงที่รักประดาน้ำเขาคุยๆกัน คราวนี้เราก็รู้บ้างแล้ว อิอิ -- จะได้เอาไปโชว์แล้ว 555

 

เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ เอาคำศัพท์หลักๆในการดำน้ำมาให้ดูเล่นกัน เผื่อวันไหนได้ยินผ่านหู จะได้รู้ว่าเขาพูดกันถึงอะไร

 

เรามาทำความรู้จักศัพท์เกี่ยวกับเรือกันก่อนละกัน อันนี้ถึงไม่ได้ดำน้ำก็เอาไปใช้ได้! เผื่อวันไหนไปขึ้นเรือ จะได้โชว์โปรกับเขาได้ อิอิ
 

(*ไม่รู้ทำไมถึงต้องตั้งชื่อทุกอย่างใหม่ก็ไม่รู้ ฟังแรกๆงงสุดๆ โดยเฉพาะคำเรียกห้องน้ำ!) 

 



*ไฟเขียว-ไฟแดงที่เห็นด้านหน้าของเรือ เป็นสัญญาณที่สำคัญมากๆของนักเดินเรือ เพราะตอนกลางคืนในทะเล เรามองอะไรแทบไม่เห็น ดังนั้นถ้าเราเห็นว่าไฟสีแดงอยู่ด้านขวาของไฟสีเขียวแล้วล่ะก็ แสดงว่าเรือกำลังมุ่งหน้ามายังเรา เตรียมตัวหลบได้เลย! 

 

... มาทำความรู้จักอุปกรณ์ของนักดำน้ำกันบ้างดีกว่า

 


แจ็คเก็ตสีดำที่เห็นคือ BCD (Bouyancy Control Device) ค่ะ แจ็คเก็ตนี้สามารถสูบลมเข้าไปได้ ทำให้นักดำน้ำลอยอยู่ในทะเลได้ค่ะ

ส่วนท่อที่เห็นอยู่ด้านหลัง มีด้วยกันทั้งหมด 4 สาย -- ด้านซ้ายของรูปจะเป็น Regulator  ที่เอาไว้หายใจกับ Octopus หรือ Alternate Air Source ซึ่งทำหน้าที่สำรอง เวลา Regulator ของเรามีปัญหา หรือบัดดี้ของเราไม่มีอากาศหายใจ จะได้แบ่งกันได้ 

ส่วนด้านขวาของรูปจะเป็นสาย SPG (Submersible Pressure Guage)ที่เอาไว้อ่านว่าอากาศเราเหลือเท่าไหร่ กับ Low-Pressure Inflator อันนี้เอาไว้ปั๊มลมเข้าหรือถ่ายลมออกจาก BCD ของเรา

นอกนั้นก็เป็นสิ่งที่เราคุ้นๆตากัน ไม่ว่าจะเป็นหน้ากาก(Mask) ตีนกบ(Fin)หรือท่อสน็อคเกิล (Snorkel Tube

 

 


 ตีนกบสารพัดรูปแบบ หลากหลายสี -- จะว่าไปก็คล้ายๆอาการชอบซื้อรองเท้านะเนี่ย  
 
 

อันนี้สำคัญมาาาาก -- Tank หรือถังอากาศนั่นเอง เห็นแบบนี้หนักเกือบ 10 กิโลกรัมนะ แบกกันหลังแทบหัก   
 
 
 
อ่าาา ... อ่านกันมาเยอะแล้ว พักสายตาไปดูภาพกันบ้างดีกว่า
แล้วครั้งหน้าค่อยมาเล่าถึงเรื่องขำๆในภาคสนามให้ฟังต่อ
 
ครั้งนี้พาไปดูปะการังรูปทรงต่างๆกันไปค่ะ
 
 

ปะการังจานบิน -- อันนี้จขบ.เรียกเองนะ 
 
 

นี่ก็ปะการัง -- หน้าตาเหมือนสมอง
 

ส่วนอันนี้เห็นบ่อยๆ -- ปะการังเขากวาง
 
ปะการังพวกนี้ sensitive มากๆ แค่อุณภูมิของน้ำเปลี่ยนกระทันหัน ก็สามารถตายได้แล้ว แถมกว่าจะโตก็ใช้เวลานานมากๆ 
 
 

อันนี้หน้าตาเก๋ไก๋ -- ขดเป็นดอกกุหลาบเชียว
 
 
* ขอบคุณที่ตามอ่านกันมาจนถึงบรรทัดนี้ ยาวไปหรือเยอะไปยังไง ติชมกันได้นะคะ เจอกันครั้งหน้า 
 
ไปแล้วค่า สวัสดี   
 
 
 
 

edit @ 30 Jan 2013 12:28:04 by Lizard Girl ^^