สวัสดีค่าาาา 
  กลับมาเจอกันอีกแล้ว ฮูเร่่ ^^= ทุกๆครั้งที่ได้มาเล่าเรื่องราว แชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวใน "ไต้หวัน" ให้เพื่อนๆที่สนใจ รู้สึกดีมากๆเลยค่ะ   ขอบคุณทุกข้อความและกำลังใจดีๆที่ส่งผ่านมาให้นะคะ อ่านทุกข้อความ พยายามตอบทุกครั้ง แต่บางทีอาจจะช้าไปบ้างต้องขอโทษจริงๆค่ะ #ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่ง แอบมึนๆ 555
ขอบคุณที่เป็นห่วงกันเรื่องไต้ฝุ่น Dujuan เมื่อต้นอาทิตย์นะคะ บ้านโอไม่มีปัญหาค่ะ :)   กลับมาเม้าท์กันต่อถึงทริปปั่นรอบเกาะกันดีกว่า -- เรามาเกินครึ่งทางกันแล้วนะคะ    #ใครยังไม่ได้อ่าน ตามไปอ่านตอนเดิมกันได้ที่ลิงค์นี้เลยคับ [ตอน1] [ตอน2]
    วันที่ 6 เป็นวันระทึกขวัญ!!! เป็นเส้นวัดใจเส้นแรก เพราะต้องปั่นข้ามเขา เส้น Highway 199 ปั่นจากระดับ 100 เมตรไป 500 เมตร ผ่าน Mudan Resevior ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ของชนเผ่า Paiwan   ขี่ทางเนินขึ้นติดๆกันไม่มีเบรก 13 กิโล มีทางลาดลงให้หายใจหน่อยแล้วไต่ต่ออีก 14 กิโล  #ป้าจะตาย       
ดูหน้าตอนจะขึ้น #คุณพ่อบ้านแอบถ่ายไว้ก่อนออกตัว หน้าตาดูตื่นเต้นดีใจมาาาาก #ประชด 
#ที่พึ่งทางใจตอนปั่นคือเสียงเพลง ฟังไปปั่นไป คิดแต่ว่าปั่นให้พ้นถนน 3 เมตรด้านหน้า ไม่มองไกล     * เคล็ดลับส่วนตัวที่พบจากการปัั่นในทริปนี้ -> อย่าให้เหนื่อยเกิน 80% ถ้าปั่นจนหอบ เรียกพลังกลับมาปั่นต่อได้ยากมาก เริ่มเหนื่อยมากๆผ่อนแรงปั่นให้ช้าลงหรือเปลี่ยนเกียร์ให้เบาขึ้น ไปช้าๆแต่ยาวๆดีกว่า   เห็นบางคนออกตัวกันแรงฉิวๆ ไปได้ครึ่งทางก็ต้องหยุดกันแล้ว แถมบางคนบาดเจ็บกันอีกต่างหาก Slowly but Surely ดีกว่า ได้ชมวิวด้วย #เข้าข้างตัวเองมาก :P    
ปั่นผ่านเขาเจอฝนด้วย #เป็นเรื่องปกติเวลาขี่ผ่านเขตภูเขา
   
หมวกคลุมอาบน้ำช่วยท่านได้
   
วิวบนเขาสวยบาดใจ #ภาพที่ถ่ายสวยไม่ได้ครึ่งของที่เห็น #คุ้มเหนื่อยมากๆ
    สะพานไม้ในรูปที่เห็นเดินเข้าไปได้นะคะ เดินไปตรงนั้นมองมารอบตัวมีแต่สีเขียว อากาศดีจนอยากอัดใส่กระป๋องกลับบ้านไปด้วย    
หมดวันสภาพเป็นอย่างที่เห็น .. ท่านี้เป็นท่าประจำสำหรับยืดดดดด
  #ถ้าไม่ใช่สุภาพบุรุษ(สตรี)น่องทอง Iron(Wo)Man รับรองว่าได้มีระบมเหมือนโอ #แต่ระบมยังไงก็ยังสนุกอยู่ดี    
ช่วงบ่ายขี่เลียบมหาสมุทร .. ช่างแตกต่างกับตอนเช้าเอาซะจริง
     
สเน่ห์อยู่ที่ตรงนี้ เราแทบจะเดาไม่ได้เลยว่าอากาศหรือสิ่งที่พบระหว่างทางคืออะไร
    วันที่ 7 ~ ผ่านเมื่อวานมา วันนี้ดูน่าจะง่ายขึ้้น (รึเปล่า???)  เช้านี้เราปั่นจาก Zhiben ไป Ruisui ระยะทาง 120+กิโล   เส้นนี้เป็นเส้นในฝันของหลายๆคน เพราะจะขี่ผ่านทุ่งหญ้าเขียวๆใน Taitung วิวนี้สวยมากจนกลายเป็นโลเคชั่นที่ใช้ถ่ายหนังและโฆษณาอยู่บ่อยๆ ที่อาจได้ผ่านตาก็เช่นโฆษณาของสายการบิน EVA ชุด I See You ที่พระเอกสุดหล่อปั่นจักรยานผ่านทุ่งหญ้าแบบฝันๆ  
ไปแบบสวยๆเป็นแถวๆ
   
ต้นนี้เป็นต้นยอดฮิต มาแล้วต้องไม่พลาดไปเซลฟี่นะคะ
   
นั่งชมวิว สบายใจ #น้องเจ้าของจักรยานเป็นคนแอบถ่ายไว้ ดูในรูปเหมือนเราเป็นเจ้าของ เอิ๊กๆ #สังเกตไหมคะว่าเขาเอาหมวกมายันจักรยานไว้ เป็นอีกหนึ่งทริคที่ได้เรียนรู้จากโปรฯในทริป
   
แก๊งจักรยานของเรา #รวมพลถ่ายรูปหมู่ #แถวเดียวปาไป 5 ประเทศ
   
บางคนมาพร้อมเพื่อนร่วมทางขนฟู #อันนี้เป็นคนที่มาขี่แบบ Day Trip เช้าไปเย็นกลับ
     
มื้อกลางวันระดับชาติ ข้่าวกล่องพิเศษ Chishang ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะคือ 1)ต้องหุงด้วยข้าวพันธุ์นี้ 2)เวลาเสริฟต้องใส่ในกล่องไม้ และ 3)ต้องมาพร้อมกับเครื่องเคียงแบบแห้งๆ
   
ซูมกันให้เห็นระยะใกล้ อร่อยจริงคอนเฟิร์มค่ะ
    วันที่ 8 เป็นวันสบายๆที่มีกิจกรรมพิเศษ   วันนี้เราขี่กันจาก Ruisui เพื่อไป Hualian เพื่อจะขึ้นรถไฟบายพาสเส้นอุโมงค์ตรงฮัวเหลี๋ยนเพราะเลี่ยงเขตอันตรายจากหินถล่มหรือดินไหล #แถวนั้นเป็นผาชัน    
ก่อนไปถึงสถานีรถไฟยังได้แวะสวนสวยๆ
   
ไต้หวันมีอะไรกุ๊กกิ๊กตลอด ขนาดในเขายังมีสวนเก๋ๆเลย #ด้านหลังเป็นทุ่งกังหันลม..น่ารักมาก
 
ก่อนเที่ยงเราก็ถึง Hualian แล้ว รอรถไฟออกตอนบ่ายแก่ๆ
#มื้อนี้ทานข้าวกล่องที่ร้าน Giant หน้าสถานี   #ใครไป Hualian แล้วอยากเช่าจักรยานปั่นเที่ยว ออกมาจากสถานีรถไฟ มองมาด้ายซ้าย หาตึกสีส้มๆรูปรถบัส ร้าน Giant อยู่ติดกันค่ะ เดินมานิดเดียวจากสถานีรถไฟ  
ครั้งแรกกับการหอบหิ้วจักรยานขึ้นบันไดเลื่อน
   
ขึ้นมาแล้วก็จอดชิดกันไว้แบบนี้ จากนั้นก็งีบกันไปเลยค่าาา.. ชั่วโมงนิดๆถึงที่หมาย
    เผลอแป๊บเดียวเราก็มาถึงวันสุดท้าย !!!     เส้นทางวันนี้โหดสุดในบรรดาทั้งหมดค่ะ ระยะทางแค่ 81 กิโลแต่ไม่หมู ทำไมน่ะเหรอ  เรามีคำตอบไว้ให้ค่ะ     วันนี้เราจะปั่นผ่านเขา 2 ลูก.. ลูกแรกไต่ขึ้นไป 500 เมตรในระยะ 9 กิโล ไม่มีเบรค!!! #ปกติเวลาปั่นเส้นเขา ทางจะขึ้นๆลงๆ เวลาลงเนินเราจะได้พักขาไปในตัว  จากนั้นลงมาที่ระดับ 130เมตรในระยะทาง 20กิโล #บีบเบรคกันจนปวดข้อมือ   ลูกที่สองจากระดับ 130 ไป 500เมตร #Elevation ที่ระยะ 14 กิโล ไม่มีเบรดเหมือนเคย ขาลงชิลๆที่ 16 กิโล  
ก่อนออกตัวหน้าตาคึกคักกันมาก
    เส้นขึ้นเขาลูกแรก #อันนี้โหดสุดแล้ว มีการแข่งขัน Mini KOM (King of the Mountain) กันในกลุ่ม Pacer ไปด้วยแต่ครั้งนี้ไม่ชะลอแล้ว ไปกันสุดสปีด เจอกันบนยอดเขา ใครชนะได้เสื้อยืดไปครอง! #ผู้เข้าแข่งขันเป็นคุณสุภาพบุรุษทั้งน้าาาน #ตัวโอเองไหว้พระขอพร ขอให้หนูไปถึงยอดเขาก่อนพระอาทิตย์ตกก็โอเคแล้ว 
 
ไปคนเดียวเลยค่าาา ตัวใครตัวมัน เจอกันตอนถึงนะจ๊ะ 555
   
ขึ้นเส้นนี้ระวังกันให้ดี ขี่ให้ชิดขอบถนนเพราะเส้นนี้เป็นเส้นที่ Big Bike หรือมอเตอร์ไซค์คันโตๆมาลองเครื่องกัน ถนนซิกแซกขี่สนุก
    #ตอนเจอคุณพี่ขี่เปรี้ยวๆเบียดๆเลน อยากจะตะโกนตามหลัง "แน่จริงพี่มาปั่นด้วยแรงขาด้วยกันดิ!" #แต่ไม่มีแรงเค้นเสียงออกจากคอ 555 #ยุ่งอยู่กับการหอบหายใจ 
   
ทุกครั้งที่จะถอดใจ มองไปเห็นวิวแล้วก็เอา(วะ)! ไปต่ออีกหน่อย เราต้องทำได้
#ไม่แน่ใจว่าที่ไอ้ที่เค็มๆอยู่ที่หน้าที่เหงื่อหรือน้ำตา 555    
ตอนถึงยอดเขาลูกแรกแทบจะเขวี้ยงจักรยานกันทิ้ง วางกันระเกะระกะมาก ปกติจอดกันเรียบร้อย 555
     
สภาพตอนถึงของทุกคน หมดพลังกายแต่พลังใจเกินร้อย :D

 
จบทริปด้วยการปั่นวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น #Xidian MRT 
     
รับใบประกาศและเหรียญจาก Cycling Life Style Foundation
#ถ้าไปเองก็ส่งขอได้ แต่ต้องมี GPS ยืนยันเส้นทาง      
เหรียญที่ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานล้วนๆ มีวันที่สลักไว้ด้านหลังด้วย
     
  ความรู้สึกที่ได้จากทริป .. คือดีมาก! ถ้าโอกาสและร่างกายอำนวยก็อยากจะไปอีก #แต่จะเตรียมตัวให้ดีกว่านี้ ขยันซ้อมขี่ก่อนไปซะหน่อยจะได้เปลี่ยนเกียร์คล่องๆ หึหึ     สิ่งที่เราคิดว่าทำไม่ได้ (หรือคนอื่นๆคิดแทน) ถ้าตั้งใจ พยายามและเตรียมตัวให้ดี ทำได้แน่นอนค่ะ #ตัวโอเองเป็นหอบ วัยก็เกือบถึงเขตหลักสี่ กระดูกหลัง/ข้อเข่าก็ไม่ดี #อาการผู้สูงวันทั้งน้าาาน ยังทำได้เลย      เรื่องประสบการณ์ของชีวิตและความรู้สึกดีๆที่ได้ระหว่างการเดินทาง ต้องสัมผัสเองค่ะ แต่ระวังน้าาา~ ไปแล้วติดใจ ต้องกลับไปเรื่อยๆแบบโอ 
      พบกันใหม่อาทิตย์หน้า ระหว่างนี้แวะไปคุยกันได้ที่ Facebook เหมือนเดิมค่ะ บ๊ายบาย~

edit @ 2 Oct 2015 07:56:46 by lizardgirl

Comment

Comment:

Tweet