สวัสดีค่าาาา...

อาทิตย์นี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาอากาศที่นี่ดีมากๆ ฟ้าใสแดดแแรงแต่ลมเย็น เห็นแล้วก็อดอารมณ์ดีตามไม่ได้  ท้องฟ้านี่ช่างมีผลต่อสภาพจิตใจจริงๆ #เคยได่ยินว่าที่อังกฤษ มีคนจำนวนมากเป็นโรคซึมเศร้า เพราะอากาศที่นั่นขมุกขมัว ครึ้มฟ้าครึ้มฝนซะเป็นส่วนใหญ่

อ่ะ -- มาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่า มาเล่าถึงทริปที่ไปปีนเขาหยกหรือ Jade Mountain (Yushan) ยอดเขาที่สูงที่สุดในไต้หวันให้ฟังกันต่อ  #ใครที่ยังไม่ได้อ่าน ตามไปได้ที่นี่จ้า [ตอน 1]

หลังจากแวะพักทานอาหารกลางวัน (ตอนนั้นเกือบบ่ายโมงแล้ว) ก็ออกเดินทางต่อ ต้องพยายามไปให้ถึงที่พักก่อนที่แสงจะหมด ซึ่งถึงแม้ว่าระยะทางจะดูเหมือนไม่ไกลมาก แต่เอาเข้าจริงๆแล้วลำบากกว่าช่วงแรกมากนัก เพราะร่างกายเริ่มล้า กล้ามเนื้อเริ่มเมื่อย และที่สำคัญเพราะความสูงที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งสูงมากยิ่งหายใจได้ลำบากขึ้น

จากการเดินขึ้นเขาแบบไม่ลำบากมากนัก เดินๆปีนๆพักๆทุกครึ่งชั่วโมง ช่วงสองนี้ได้มีหยุดหอบกันทุกๆ 15 นาที จากที่มีเสียงคุยกันป็นระยะๆ ตอนนี้ทั้งทีมแทบไม่มีใครพูดกัน ได้แต่ก้มหน้าเดิน โฟกัสอยู่ที่ทางแคบๆตรงหน้า

 เดินๆแอบห่วงตัวเองอยู่เหมือนกันว่าจะกลิ้งตกเขาไปไหม -_-"

 

บางช่วงนอกจากแคบแล้วยังขรุขระอีกด้วย

#โซ่ที่เห็นทุกคนต้องจับ เพราะบางทีมีลมมาแบบไม่ทันตั้งตัว เคยมีนักปีนเขาตกไปเสียชีวิต

 

ทั้งเอียงทั้งแคบ #มือหนึ่งเกาะโซ่ มือหนึ่งหยิบกล้องถ่าย  #เสี่ยงไปไหม

 หยุดพักหายใจ -- พร้อมไปกับวิวแบบนี้

 

 บางช่วงเหมือนขาจะก้าวต่อไม่ออก.. เงยหน้าขึ้นฟ้า เห็นแล้วมีกำลังใจ

 

 ที่น่ารักคือไม่ว่าเหนื่อยขนาดไหน ทุกคนยังหันมายิ้มให้กันได้

"อีกนิดเดียวก็ถึงแล้วนะ" ... คือคำที่ได้ยินตลอดทาง

 

 มาถึงที่พักตอนประมาณ 4 โมงเย็นพอดี @3,402 เมตรจากระดับน้ำทะเล

 

Paiyun Lodge ที่พักแห่งเดียวก่อนขึ้น Summit -- ทุกคนต้องมาพักที่นี่ก่อนขึ้นยอดเขาวันรุ่งขึ้น

 

บ้านพักหน้าตาเรียบๆ มีบ้านเจ้าหน้าที่และบ้านพักนักปีนเขา

Paiyun Lodge ปิดปรับปรุงอยู่นานเป็นปี เพิ่งเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อช่วงเดือนสิงหาที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การขอใบอนุญาติช่วงนี้ต้องรอกันค่อนข้างนาน ด้วยความสูงขนาดนี้ -- แอบงงว่าเขาสร้างที่พักแห่งนี้ขึ้นมาได้อย่างไร จนน.ให้คำตอบที่ฟังแล้วต้องอ้าปากค้าง

การก่อสร้างที่พักแห่งนี้ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ขนอุปกรณ์และวัสดุขึ้นมาด้วยกันกว่า 2,000 รอบ แค่คิดก็มึนแทนแล้ว ทุกอย่างที่นักปีนเขากินและใช้ ล้วนแต่ขนขึ้นมาจากแรงคนล้วนๆ แก๊ซหุงต้ม 1 ถัง--น้ำหนักกว่า 40 กิโลกรัม ค่าขนส่ง NT,000  ดังนั้นจะกินจะใช้อะไรต้องประหยัดอย่างที่สุด

 

 มาถึงรายงานตัวเสร็จก็ได้เวลาที่พระอาทิตย์กำลังกลับบ้านพอดี #แสงสวยมากๆ

 จากฟ้าใสๆ ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นทะเลหมอก

 

 ดูแล้วเหมือนเกาะกลางทะเลมากกว่ายอดเขาสูง

 

 แสงสุดท้ายของวัน.. ได้เวลาพักผ่อน (รึเปล่า???)

คราวหน้าจะได้ขึ้นยอด Summit กันแล้ว -- รับรองว่าไม่ธรรมดาแน่นอน

เจอกันใหม่ครั้งหน้า  Have a good day ค่าาาา  

Comment

Comment:

Tweet

แนะนำด้วยครับว่า ขอใบอนุญาติทำไง
online มันต้องมี emergency cntact กรอกยังไงครับ

#3 By rango (58.8.155.27|58.8.155.27) on 2015-09-09 21:35

@ploiiployploy จขบ.เดินไปก็แอบหวาดเสียวไปเหมือนกันค่ะ ยิ่งตอนที่พื้นเป็นน้ำแข็ง แถมมืดๆยิ่งแอบกลัว  แต่ภาพที่เห็นและประสบการณ์ที่ได้ ให้ทำอีกก็สู้ค่ะ 

#2 By lizardgirl on 2014-01-13 00:04

เจ๋งมากเลยค่า Hot! Hot! Hot!
อยากไปเที่ยวแบบนี้จัง
เป็นคนไม่กลัวความสูงแต่มองลงมาก็เสียวๆอยู่นะ sad smile  555

#1 By polyploy. on 2014-01-12 22:18