สวัสดีวันกลางสัปดาห์ค่ะ 
 
 
อาทิตย์ที่แล้วพากันไปเดินเล่นเมืองเก่าแถวๆลู่กั่ง [เอนทรี่ที่แล้ว]
ดีใจที่หลายๆคนชอบบรรยากาศของเมืองเก่าเหมือนๆกับจขบ. 
วันนี้เราก็จะเดินทางต่อยังเมือง TaiChung (ไทจง) ค่ะ
 
ไทจงเป็นเมืองอันดับใหญ่อันดับที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศไต้หวัน
ถึงแม้จะเป็นเมืองใหญ่ แต่ไทจงก็ได้ขนานนามว่าเป็นเมืองที่มีความสะอาดที่สุดบนเกาะไต้หวัน แถมยังเป็นเมืองแห่งศูนย์กลางของศาสนาอีกด้วย
 
จขบ.เองก็ได้เดินทางมาเที่ยวที่เมืองนี้อยู่หลายครั้ง
บรรยากาศของเมืองชิลๆไม่ค่อยเร่งรีบเหมือนไทเปเท่าไร
หากจะเปรียบความรู้สึก เวลามาเที่ยว "ไทจง" อารมณ์เหมือนกับกลับไปเดินเล่นแถวมหาวิทยาลัยของตัวเอง
มันไม่เยอะ เรื่อยๆ ชิลๆ แต่ก็มีอะไรใหม่ๆให้ได้เห็น ได้ลองเสมอๆ
 
นอกจากความสะอาดของตัวเมืองแล้ว ไทจงยังมีความโดดเด่นในเรื่องอาหาร ร้านอาหาร/ร้านขนมดังๆหลายๆร้านก็มีต้นกำเนิดที่เมืองนี้
พอเริ่มมีชื่อเสียง จึงเริ่มขยับขยายแตกสาขาไปยังเมืองหลวงอย่างไทเป
 
ร้านที่จะพาไปชิมวันนี้ก็เช่นกัน เป็นร้านที่มีจุดกำเนิดมาจากเมืองนี้ 
ร้านที่ว่านี้คือร้าน Ding Wang (ติ่งหวัง) ซึ่งเป็นร้านหม้อไฟหรือที่เรียกกันว่า Mala นั่นเอง
*ใครที่ยังไม่รู้จักว่า Mala Pot คืออะไร ตามไปอ่านที่ [เอนทรี่นี้] ได้ค่ะ
 
 
Ding Wang หรือ Tripod King เป็นร้านที่มีตำนานยาวนานมากว่า 20 ปีแล้ว 
เจ้าของร้านในแข็งไม่ยอมขยายสาขาอยู่หลายปี จนเมื่อไม่นานมานี้ทนกระแสรบเร้าของลูกค้าไม่ไหว ถึงได้มีการเปิดสาขาใหม่ขึ้นที่เมืองไทเป
ร้านที่ไทเปอยู่ไม่ไกลจากสถานี MRT Sun Yat-sen Memorial Hall (สายสีน้ำเงิน)เท่าไรนัก
แต่ไหนๆก็มาถึงที่แล้ว ไปเยี่ยมร้านออริจินอลของเขาหน่อย 
 
 
 


บรรยากาศในร้านโปร่งสบาย

 
 


เฟอร์นิเจอร์ไม้เข้ากับตึกแบบโมเดิร์นได้อย่างกลมกลืน 
 
 
 


สาขานี้เป็นสาขาดั้งเดิม มีสองชั้น 
ตอนที่ไปถึงเป็นเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ช่วงคนยังไม่เข้ามาร้าน ได้นั่งข้างล่าง สบายๆ ถ้าช่วงกลางวันหรือตอนเย็นที่ตรงกับมื้ออาหาร ร้านนี้คนจะแน่นมาก ไม่โทรมาจองมีสิทธิอดกิน
 
 
 
 

ที่มาของชื่อร้าน Tripod King ก็มาจากหม้อสามขานี้ -- ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทางร้าน เตากับหม้อของที่นี่ไม่เหมือนร้านอื่น
 
 
 


ปกติหม้อไฟของร้านอื่นๆจะหน้าตาบ้านๆแบบนี้ ไม่อลังเหมือนของที่ร้าน Tripod King
 
 
 

 
สามารถเลือกแบบ Yin-Yang Pot คือหม้อที่แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้ทานซุปทั้ง 2 แบบคือแบบเผ็ดและแบบซุปใส หรือแบบหม้อธรรมดา คือได้ซุปแค่แบบเดียว
 
ร้านนี้เขาขึ้นชื่อในความอร่อยของน้ำซุปและลูกชิ้นสูตรเฉพาะของทางร้าน
ซุปเป็นแบบเผ็ด (Mala) ซึ่งประกอบด้วยเครื่องเทศและน้ำมันพริก และซุปใสที่ต้มกับผักกาดดองและกระดูกหมู
 
ทางร้านจะคิดค่าซุปคนละ 98NT$ และถ้าเลือกแบบ Yin-Yang คือซุป 2 รสจะคิดเพิ่มอีกโต๊ะละ 150NT$
ตอนแรกแอบรู้สึกว่าโหด แต่พอไปทานจริงๆแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงคิดค่าซุปต่อหัว 
ซุปของเขาไม่ได้มีแต่ซุปเปล่าๆค่ะ แต่ซุปของเขานั้นรวมมาทั้งเลือดเป็ด เต้าหู้ ผักกาดดองและกระดูกหมู แถมยังบริการเติมกับแบบ non-stop ชนิดที่เรียกว่าต้องโบกมือเบรกพนักงานเสิร์ฟกันเลยทีเดียว 
 
ราคาอาหารแต่ละจาน อยู่ที่ประมาณร้อยกว่าถึงสองร้อยกว่า ไม่แย่ๆ
ปริมาณก็สมน้ำสมเนื้อ ไม่แปะมาเหมือนสุกี้บางร้านที่บ้านเรา 555
 
 
 


จานแรก..เนื้อวัวมาก่อน
 
 
 

 
ตามมาด้วยเนื้อหมู
 
 
 

 
เกี๊ยวกุ้งสูตรเฉพาะของทางร้าน
#ถ้าใครอยากลองหลายๆแบบ เขามีลูกชิ้นแบบรวมมิตรให้เลือกด้วยค่ะ
 
 
 

ผักรวม -- อันนี้สภาพแบบกินไปแล้วเกือบครึ่ง อารมณ์หิวจัดเลยลืมถ่าย นึกได้ระหว่างกินไปได้ครึ่งทาง หึหึ
 
 
 

 
วันนั้นไปกัน 4 คน กำลังดีสำหรับการกินหม้อไฟแบบนี้
 
*อย่าลืมสั่งน้ำบ๊วยมาทานคู่กัน รับรองเข้ากันดีแบบไม่น่าเชื่อ
น้ำบ๊วยของที่นี่อร่อยมากๆค่ะ
 
 
 

 
หน้าตาซ้อสบาร์ของที่นี่ มีไม่เยอะ -- ต้นหอม ซีอิ๊วและซ้อสถั่ว

 
 
 

 
ให้ทายว่าตู้นี้คือตู้อะไร 
 
 
  
 


ตู้ใส่หม้อข้าวกับชามนี่เอง #น่ารักไปไหม
 
 
พูดถึงรายละเอียด นี่ที่พนักงานเขาฝึกกันมาดีเว่อร์ๆ 
ไม่ว่าจะเป็นการให้รายละเอียดเรื่องเมนูหรือออปชั่นการกิน
และที่เด็ดสุดคือลีลาการเสริฟของที่นี่ค่ะ!
ทุกครั้งไม่ว่าจะเสริฟอาหาร เติมน้ำ เติมซุป หยิบตะเกียบ
พนักงานจะโค้งคำนับ 1 ทีก่อนเดินจากไป
โค้งแบบ 90องศาเลยนะคะ ไม่ได้โค้งนิดๆแบบที่เห็นกันบ่อยๆ 
จขบ.ไม่กล้าหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย เพราะเกรงใจเขา 
เลยแอบไปหยิบยืมรูปมาจากทางหน้าเพจของทางร้าน
 
 
 


กล้ามเนื้อหลังต้องแข็งแรงถึงจะโค้งได้แบบนี้นะ 
 
 
 
แรกๆก็รู้สึกว่าเขาสุภาพดี แต่หลังๆแอบเขินเหมือนกัน
ไม่รู้ใครเป็นรึเปล่า เวลาพนักงานเสริฟสุภาพมากๆจะแอบเกรงใจเขา
ไม่ค่อยกล้าเรียกเอาอะไรเพิ่ม 555 
 
อ้อ! ผ้าเย็นกับกระดาษทิชชูของร้านนี้อยู่ในลิ้นชักใต้โต๊ะ มีทั้ง 2 ด้าน
ไม่ต้องขอเพิ่มจากพนักงานค่ะ
 
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปใช้บริการบ่อยนัก เพราะขี้เกียจโทรไปจองหรือไปต่อคิว 
แต่ร้าน Ding Wang นี้ถือเป็นร้านหนึ่งในดวงใจสำหรับหม้อไฟ (Mala Pot) แบบนี้ ถ้าใครอยากลองหม้อไฟแบบต้นตำรับของไต้หวัน เป็นอีกร้านที่แนะนำค่ะ 
 
#ร้านที่ไทเป เปิดตั้งแต่ 11โมงเช้า - ตี 4 (Tel: 02-2507-8018)
 
 
 
แล้วเจอกันใหม่เอนทรี่หน้าค่ะ บ๊ายบาย
 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 1 May 2013 13:10:33 by Lizard Girl ^^

Comment

Comment:

Tweet

หลงเรียกว่าเมือง ไท่ชุง อยู่นาน อายจัง >,<

#6 By woodyplanet on 2013-05-02 15:54

ประทับใจท่าโค้งมากมาย
( Hot! Hot! )
ภาพหม้อสามขาสวยมาก

#5 By Nirankas on 2013-05-02 11:09

@abhaya เขียนเองก็หิวเองเหมือนกันค่ะ  หึหึ 
ดีใจที่ชอบไต้หวันเหมือนกันค่ะ

#4 By lizardgirl on 2013-05-02 08:23

อยากไปไต้หวันเลย เข้าบล็อกนี่กี่ทีก็หิวตลอด ฮาา

#3 By อภญ. on 2013-05-01 22:50

@ploiiployploy พี่เขินเวลาเขาโค้งจนไม่กล้าเรียกเอาอะไรเพิ่มเลยล่ะ sad smile สงสัยเป็นเทคนิคของร้าน 555

#2 By lizardgirl on 2013-05-01 19:50

บริการดีแบบนี้มีหวังนั่งกินทั้งวันแน่เลยค่ะ 5555
ขอหมูจานนึงนะคะ น่ากินมากกกกก
Hot! Hot! Hot!

#1 By polyploy. on 2013-05-01 14:13